ทำไมต้องกายภาพบำบัด? ทางเลือกสำคัญในการรักษาหน้าเบี้ยว

หน้าเบี้ยว กายภาพบัดบัด

อาการหน้าเบี้ยว เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อทั้งบุคลิกภาพและความมั่นใจ ซึ่งการรักษาที่รวดเร็วและเหมาะสมมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูให้ใบหน้ากลับมาเป็นปกติ และหนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าได้ผลดีและปลอดภัยก็คือ กายภาพบำบัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าและเส้นประสาท 

อาการของโรคหน้าเบี้ยว

โรคหน้าเบี้ยวเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาต ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งเกิดการอักเสบหรืออุบัติเหตุบริเวณเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 หรือการติดเชื้อไวรัสบริเวณปมของเส้นประสาท ลักษณะอาการของโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีกคือ กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก ยักคิ้วไม่ได้ หนังตาตก ตาปิดไม่สนิท มุมปากตก ปากเบี้ยว โดยจะไม่มีอาการอ่อนแรงกล้ามเนื้อแขนและขา นอกจากนี้ยังมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย 

  • น้ำลายไหล พูดไม่ชัด ผิวปากไม่ได้
  • ดื่มน้ำ ทานอาหารลำบาก
  • ไม่สามารถแสดงสีหน้าได้ เช่น ยิ้ม ยักคิ้ว ขมวดคิ้ว
  • บางรายรู้สึกว่าหน้าบวมหรือชาครึ่งซีก และอาจมีอาการลิ้นครึ่งซีกชาและรับรสไม่ได้
  • ตาแห้งหรือมีน้ำตาไหลข้างเดียว เพราะระคายเคืองของดวงตาข้างที่อ่อนแรง

วิธีเช็คตัวเองเบื้องต้นว่ามีอาการหน้าเบี้ยวหรือเปล่า

  • ยักคิ้ว 2 ข้าง ระดับของคิ้วจะต้องสูงเท่ากัน หรือต่างกันเพียงเล็กน้อย
  • หลับตา 2 ข้าง ตาจะต้องปิดสนิททั้ง 2 ข้าง
  • ยิ้ม ริมฝีปาก 2 ข้างอยู่ในระดับเท่ากัน
  • ดูดน้ำ น้ำจะต้องไม่ไหลออกจากริมฝีปาก

หากไม่สามารถทำได้ตามข้อด้านบน แสดงว่าคุณอาจมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีก และจำเป็นต้องรีบปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ โรคหน้าเบี้ยวสามารถฟื้นตัวได้ภายใน 3–6 เดือน แต่หากไม่ได้รับการรักษาด้วยกายภาพบำบัด โอกาสหายเป็นปกติมีเพียงประมาณ 65% เท่านั้น ในขณะที่ผู้ที่เข้ารับการกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสฟื้นกลับมาเป็นปกติได้สูงถึง 97%

ประโยชน์ของกายภาพบำบัดในการรักษาหน้าเบี้ยว

  • ช่วยฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อใบหน้า
  • ลดอาการเกร็งและตึงของกล้ามเนื้อ
  • ป้องกันการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อ
  • กระตุ้นการไหลเวียนเลือดและการฟื้นฟูเส้นประสาท
  • คืนความสมดุลให้กับใบหน้า
  • แนวทางการกายภาพบำบัดรักษาหน้าเบี้ยว

การกายภาพบำบัดรักษาหน้าเบี้ยวจะเน้นการกระตุ้นและฝึกกล้ามเนื้อใบหน้าให้กลับมาทำงานอย่างปกติ โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือใช้ยา และจะใช้เทคนิคที่หลากหลาย เช่น การนวดเฉพาะจุด การวางแผ่นประคบร้อน การออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า และการใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้า เพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดและกระตุ้นการทำงานของเส้นประสาทใบหน้าให้ดีขึ้น 

กายภาพบำบัดรักษาหน้าเบี้ยว ฟื้นฟูกล้ามเนื้อใบหน้าอย่างได้ผล

1. การออกกำลังกายกล้ามเนื้อใบหน้า (Facial Exercise)

การทำกายภาพบำบัดช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณใบหน้า ลดการดึงรั้งของกล้ามเนื้อ และช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าผ่อนคลาย เป็นวิธีที่ได้ผลดี ปลอดภัย และสามารถทำได้อย่างต่อเนื่องจนกว่าอาการจะดีขึ้น ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการดีขึ้นภายใน 3 สัปดาห์หลังเริ่มการบำบัด และมีอัตราการฟื้นตัวอยู่ที่ประมาณ 61–94%

2. การวางแผ่นประคบร้อน (Hot compression)

ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตและลดความตึงตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า โดยจะวางบริเวณใบหน้าด้านที่่มีอาการประมาณ 15 – 20 นาที

3. การนวดกล้ามเนื้อใบหน้า (Facial massage)

การนวดจะช่วยลดความตึงเกร็งของกล้ามเนื้อใบหน้า ซึ่งมักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยที่มีภาวะหน้าเบี้ยว โดยใช้เวลานวดประมาณ 10 นาที ครอบคลุมทั่วทั้งใบหน้า โดยเริ่มจากส่วนบนลงล่าง ได้แก่ หน้าผาก เปลือกตา จมูก แก้ม เหนือริมฝีปาก ริมฝีปาก และคาง โดยจะนวดเป็นวงกลมเบา ๆ ทั้งสองข้างของใบหน้า โดยใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง เริ่มจากกึ่งกลางใบหน้าแล้ววนออกไปทางด้านข้าง เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนเลือดและช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย

4. การกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าด้วยไฟฟ้า (Electrical Stimulation)

การกระตุ้นไฟฟ้าเป็นหนึ่งในเทคนิคกายภาพบำบัดที่ช่วยชะลอการฝ่อลีบของกล้ามเนื้อระหว่างที่รอการฟื้นตัวของเส้นประสาท โดยเน้นให้กล้ามเนื้อเกิดการหดตัวเพียงเล็กน้อย แนะนำให้ทำประมาณ 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ต่อเนื่องเป็นเวลา 3 สัปดาห์ โดยมีข้อควรระวังในการทำคือ ผู้ป่วยที่มีการอักเสบของผิวหนังบริเวณใบหน้า มีแผลเปิด มีการติดเชื้อที่สามารถแพร่กระจายผ่านการสัมผัส ซึ่งต้องผ่านการประเมินโดยนักกายภาพบำบัดก่อนเริ่มการรักษา

บริหารหน้า ป้องกันหน้าเบี้ยว

นอกจากการทำกายภาพบำบัดรักษาหน้าเบี้ยวกับผู้เชี่ยวชาญแล้ว ผู้ป่วยยังสามารถฝึกบริหารกล้ามเนื้อด้วยตัวเองควบคู่ไปด้วย เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น ผู้ป่วยสามารถฝึกทำหน้ากระจกเป็นประจำเพื่อดูการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อใบหน้า โดยฝึกทำท่าละ 10 ครั้ง ซ้ำ 3 รอบ วันละ 3 เวลา มีทั้งหมด 6 ท่า

  • ท่าที่ 1 ฝึกยักคิ้วขึ้น
  • ท่าที่ 2 ฝึกหลับตาให้สนิท
  • ท่าที่ 3 ฝึกยิ้มแบบไม่ยกมุมปาก
  • ท่าที่ 4 ฝึกยิ้มยิงฟัน
  • ท่าที่ 5 ฝึกทำปากจู๋
  • ท่าที่ 6 ฝึกหลับตาพร้อมกับทำปากจู๋

ทั้งหมดนี้คือความรู้เรื่องกายภาพบำบัดรักษาหน้าเบี้ยวที่เรานำมาฝาก จะเห็นว่าเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาทใบหน้า ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว และคืนความสมดุลให้ใบหน้า โดยที่ไม่ต้องกินยาหรือผ่าตัด หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการหน้าเบี้ยว ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับคำแนะนำและเริ่มการรักษาโดยเร็วที่สุด

VS Clinic วีเอส คลินิก แพทย์แผนจีนและกายภาพบำบัด

ติดต่อสอบถามและนัดหมาย

คลินิกกายภาพบำบัด (สาขารังสิต คลอง3)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 9.00 – 20.00  น.

TEL: 082-798-9651 

สาขาสำโรง

เปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 19.00 น.

โทร: 096-456-3599 

สาขารังสิต คลอง 3 (คลินิกบ้านหมอวิมุต ชั้น 1)

เปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.

061-959-5592 (สาขารังสิต คลอง 3)

Line Official: @vsclinic