กายภาพบำบัด

หน้าเบี้ยว กายภาพบัดบัด

ทำไมต้องกายภาพบำบัด? ทางเลือกสำคัญในการรักษาหน้าเบี้ยว

อาการหน้าเบี้ยว เป็นปัญหาที่ส่งผลต่อทั้งบุคลิกภาพและความมั่นใจ ซึ่งการรักษาที่รวดเร็วและเหมาะสมมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูให้ใบหน้ากลับมาเป็นปกติ และหนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับว่าได้ผลดีและปลอดภัยก็คือ กายภาพบำบัด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อใบหน้าและเส้นประสาท  อาการของโรคหน้าเบี้ยว โรคหน้าเบี้ยวเกิดจากการทำงานที่ผิดปกติของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 ส่งผลให้กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงหรือเป็นอัมพาต ซึ่งสามารถเป็นได้ทั้งเกิดการอักเสบหรืออุบัติเหตุบริเวณเส้นประสาทสมองคู่ที่ 7 หรือการติดเชื้อไวรัสบริเวณปมของเส้นประสาท ลักษณะอาการของโรคหน้าเบี้ยวครึ่งซีกคือ กล้ามเนื้อใบหน้ากระตุก ยักคิ้วไม่ได้ หนังตาตก ตาปิดไม่สนิท มุมปากตก ปากเบี้ยว โดยจะไม่มีอาการอ่อนแรงกล้ามเนื้อแขนและขา นอกจากนี้ยังมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย  น้ำลายไหล พูดไม่ชัด ผิวปากไม่ได้ ดื่มน้ำ ทานอาหารลำบาก ไม่สามารถแสดงสีหน้าได้ เช่น ยิ้ม ยักคิ้ว ขมวดคิ้ว บางรายรู้สึกว่าหน้าบวมหรือชาครึ่งซีก และอาจมีอาการลิ้นครึ่งซีกชาและรับรสไม่ได้ ตาแห้งหรือมีน้ำตาไหลข้างเดียว เพราะระคายเคืองของดวงตาข้างที่อ่อนแรง วิธีเช็คตัวเองเบื้องต้นว่ามีอาการหน้าเบี้ยวหรือเปล่า ยักคิ้ว 2 ข้าง ระดับของคิ้วจะต้องสูงเท่ากัน หรือต่างกันเพียงเล็กน้อย หลับตา 2 ข้าง ตาจะต้องปิดสนิททั้ง 2 ข้าง ยิ้ม ริมฝีปาก 2 ข้างอยู่ในระดับเท่ากัน ดูดน้ำ น้ำจะต้องไม่ไหลออกจากริมฝีปาก หากไม่สามารถทำได้ตามข้อด้านบน […]

ทำไมต้องกายภาพบำบัด? ทางเลือกสำคัญในการรักษาหน้าเบี้ยว Read More »

กระตุ้นน้ำนม คัดเต้า กายภาพบำบัด

น้ำนมน้อย คัดเต้า กายภาพบำบัดช่วยได้

น้ำนมแม่คืออาหารสำคัญที่สุดของลูกน้อย เพราะอุดมไปด้วยสารอาหารและภูมิคุ้มกัน แต่เชื่อว่าคุณแม่หลายคนต้องเจอกับปัญหาน้ำนมน้อย น้ำนมไม่ไหล หรือท่อน้ำนมอุดตัน ซึ่งไม่เพียงส่งผลต่อสุขภาพของลูก แต่ยังสร้างความเจ็บปวดและความเครียดให้กับคุณแม่ด้วย นอกจากการนวดเต้านมและการปั๊มนมอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันมีอีกหนึ่งทางเลือกที่ได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อย ๆ คือ “การกระตุ้นน้ำนม” ด้วยการกายภาพบำบัด ซึ่งเป็นวิธีทางการแพทย์ที่ปลอดภัยและเห็นผลจริง เข้าใจอาการคัดเต้านมและกลไกการผลิตน้ำนมแม่ อาการคัดเต้านมมักเกิดจากการที่ลูกดูดนมไม่ถูกวิธี เช่น อ้าปากไม่กว้างหรืออมไม่ถึงลานนม ทำให้น้ำนมไม่ไหลสะดวก หรืออีกสาเหตุคือการให้นมแบบเคร่งเวลามากเกินไปแม้ว่าลูกจะหิว หากไม่มีการดูดน้ำนมออกตามจังหวะที่ร่างกายผลิต ก็จะทำให้เกิดการคั่งค้าง ส่งผลให้เต้านมตึง เจ็บ และอักเสบได้ การผลิตน้ำนมแม่เป็นกลไกตามธรรมชาติ ซึ่งตอบสนองต่อการดูดนมของลูกโดยตรง เรียกว่าการที่ลูกดูดนม เป็นตัวกำหนดว่าแม่จะผลิตน้ำนมมากหรือน้อยขนาดไหนเลยก็ว่าได้ หากลูกดูดนมบ่อยและดูดในระยะเวลาที่นาน น้ำนมก็จะผลิตมากขึ้น ในทางกลับกัน หากคุณแม่ไม่ให้ลูกดูดหรือไม่ระบายออกอย่างสม่ำเสมอ ก็จะทำให้การผลิตน้ำนมหยุดลง เทคนิคกระตุ้นน้ำนมที่สำคัญ ดูดเร็ว ควรให้ลูกดูดนมภายใน 15-30 นาทีหลังคลอด เพื่อกระตุ้นฮอร์โมนผลิตน้ำนมทันที ดูดบ่อย ควรให้ลูกดูดนมทุก 2-3 ชั่วโมง หรือวันละ 8–12 ครั้ง ดูดนาน ให้ลูกดูดแต่ละครั้งนานพอ ประมาณข้างละ 15 นาที หรือจนกว่าลูกจะอิ่ม คุณแม่ควรให้ลูกดูดนมตามความต้องการ เพื่อกระตุ้นการผลิตและป้องกันการคัดตึงเต้านม

น้ำนมน้อย คัดเต้า กายภาพบำบัดช่วยได้ Read More »

เด็กพูดช้า พูดไม่ชัด กายภาพบำบัด

เข้าใจและรับมือ เด็กพูดช้า พูดไม่ชัด อย่างถูกวิธี

ในช่วงก่อนวัยเรียน พัฒนาการด้านภาษาและการสื่อสารถือเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้และการเข้าสังคม เด็กส่วนใหญ่จะเริ่มพูดคำแรกได้ในช่วงอายุประมาณ 12 เดือน และเริ่มพูดเป็นประโยคง่าย ๆ ได้เมื่ออายุราว 2-3 ปี ซึ่งการพูดเป็นพัฒนาการที่สำคัญของเด็ก เพราะไม่เพียงแค่เป็นการสื่อสาร แต่ยังสะท้อนถึงพัฒนาการทางสมอง ความเข้าใจ การรับรู้ และความสัมพันธ์กับผู้อื่นด้วย แต่ก็มีเด็กจำนวนไม่น้อยที่พบกับปัญหาพูดช้าหรือพูดไม่ชัดซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาจส่งผลต่อการเรียนรู้ การเข้าสังคม และความมั่นใจในตัวเองในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การบำบัดเรื่องพัฒนาการเด็กพูดช้านั้นสามารถทำได้หลายวิธี แต่อีกหนึ่งในวิธีที่สามารถนำมาช่วยเสริมพัฒนาการของเด็กพูดช้าได้อย่างมีประสิทธิภาพคือการกายภาพบำบัด ซึ่งแม้จะฟังดูเหมือนเกี่ยวข้องกับร่างกายเท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วสามารถช่วยกระตุ้นพัฒนาการด้านการพูดได้ด้วยเช่นกัน ลักษณะของเด็กพูดช้า เด็กพูดช้าไม่ได้หมายถึงแค่เด็กที่ไม่ยอมพูดเท่านั้น แต่รวมถึงเด็กที่มีพัฒนาการด้านภาษาล่าช้าเมื่อเทียบกับช่วงวัยที่ควรจะเป็น เด็กพูดช้าอาจมีพัฒนาการด้านอื่นเป็นปกติ แต่มีความล่าช้าเฉพาะด้านการสื่อสาร การพูด หรือการเข้าใจภาษา ซึ่งมีลักษณะที่ต่างกันออกไป 6 ลักษณะเด็กพูดช้าที่พ่อแม่ควรรู้ 1. พูดช้าเพราะ “ปากหนัก” แต่เข้าใจดี เด็กกลุ่มนี้มีการเข้าใจภาษาสมวัย สามารถทำตามคำสั่งง่าย ๆ แต่ไม่ยอมเปล่งเสียงพูด มักสื่อสารด้วยการชี้หรือใช้ภาษาท่าทางแทน บางรายอาจมีประวัติคนในครอบครัวพูดช้าหรือพูดไม่ชัดก็ได้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่ถือเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงนัก เพราะพัฒนาการจะดีขึ้นตามลำดับ และมักพูดได้เองในภายหลัง 2. พูดช้าและเข้าใจช้า เด็กกลุ่มนี้มีการเข้าใจภาษาสมวัย

เข้าใจและรับมือ เด็กพูดช้า พูดไม่ชัด อย่างถูกวิธี Read More »

เทปบำบัดทางกายภาพ คิเนซิโอเทป Kinesio tape

การใช้เทปบำบัดทางกายภาพรักษาอาการบาดเจ็บและอาการปวดอื่นๆ

หลายคนอาจเคยเห็นการแปะเทปบนร่างกายของนักกีฬาหรือคนที่ออกกำลังกาย เพื่อใช้ในการบำบัดอาการปวดและอาการบาดเจ็บต่างๆ เทปบำบัดทางกายภาพ หรือที่รู้จักกันในชื่อ คิเนซิโอเทป (Kinesio tape) เป็นเทปที่มีลักษณะยืดหยุ่น สามารถใช้บำบัดอาการปวดให้กับผู้คนได้ทุกเพศทุกวัย ซึ่งปัจจุบันเทปบำบัดได้มีการใช้งานอย่างแพร่หลายในวงการเวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด ในบทความนี้เราจะพาไปทำความรู้จักกับเทปบำบัดว่ามีคุณสมบัติและหลักการอย่างไร ใครที่เหมาะกับการใช้งานเทปบำบัดนี้ได้บ้าง  เทปบำบัดทางกายภาพคืออะไร เทปบำบัดทางกายภาพหรือคิเนซิโอเทป (Kinesio Tape: KT) เป็นเทปที่มีความยืดหยุ่นสูงคล้ายกับผิวหนังของเรา โดยใช้ในการช่วยบำบัดรักษาอาการปวดเมื่อย อาการบาดเจ็บ และอาการที่เกี่ยวข้องกับระบบกระดูกและกล้ามเนื้อได้ อีกทั้งยังสามารถช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และฟื้นฟูการเคลื่อนไหวได้โดยไม่รบกวนกับการใช้ชีวิตประจำวัน   เทปบำบัดนี้ได้ถูกคิดค้นขึ้นโดยแพทย์จัดกระดูกชาวญี่ปุ่น ชื่อ ดร.เคนโซ คาเซ (Dr. Kenzo Kaze) เมื่อปี 1970 เพื่อใช้ในการดูแลนักกีฬาที่มีปัญหาเรื่องกระดูก กล้ามเนื้อและเส้นเอ็นที่บาดเจ็บ และได้พัฒนาขึ้นจนมีประสิทธิภาพได้เหมือนในปัจจุบัน เทปดังกล่าวนี้ยังได้ถูกนำไปใช้ในวงการกีฬาระดับโลกอย่างการแข่งขันโอลิมปิคอีกด้วย คุณสมบัติของเทปบำบัดทางกายภาพ (Kinesiology Tape) เทปบำบัดทางกายภาพเป็นเทปที่ผลิตจากผ้าฝ้ายชนิดพิเศษ ทำให้มีความยืดหยุ่นสูงคล้ายผิวหนังของมนุษย์ และกาวที่เกรดทางการแพทย์ จึงติดทนทาน ไม่ระคายเคืองต่อผิว และสามารถกันน้ำได้  เทปบำบัดทางกายภาพมีหลักการทำงานคือ เมื่อได้แปะเทปลงไปจะช่วยยกผิวหนังบริเวณที่ติดขึ้นเล็กน้อยจากแรงดึงของเทป ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างผิวหนังและเนื้อเยื่อใต้ผิว ส่งผลให้แรงเครียดต่อเนื้อเยื่อลดลงและช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือด และน้ำเหลืองในบริเวณนั้นให้ดีขึ้น ซึ่งช่วยลดอาการบวม อักเสบ และความเจ็บปวด รวมไปถึงเร่งกระบวนการในการฟื้นฟูตัวเองของร่างกายไปพร้อมๆ กัน  

การใช้เทปบำบัดทางกายภาพรักษาอาการบาดเจ็บและอาการปวดอื่นๆ Read More »

เครื่อง PMS กายภาพบำบัด ออฟฟิศซินโดรม แก้ปวด

เครื่อง pms ทางกายภาพบำบัดคืออะไร? และรักษากลุ่มอาการไหนได้บ้าง?

ในปัจจุบัน แนวทางการรักษาด้วยการทำกายภาพบำบัดนั้นได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย จากผู้ที่มีความปวดเมื่อยร่างกาย ไม่ว่าจะเกิดจากอาการบาดเจ็บเมื่อออกกำลังกายหรือเล่นกีฬา อุบัติเหตุที่เกี่ยวกับกระดูกและข้อต่อ และอาการปวดเมื่อยที่เกิดมาจากโรคออฟฟิศซินโดรม ซึ่งการทำกายภาพบำบัดนั้นมีเทคโนโลยีและแนวทางการรักษาอยู่หลายวิธี วันนี้ วีเอส คลินิก เราจะขอพาไปแนะนำให้รู้จักกับการรักษาด้วยเครื่อง PMS หรือ Pulsed Magnetic Stimulation ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้คลื่นแม่เหล็กกระตุ้นกล้ามเนื้อและเส้นประสาท เพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวด ฟื้นฟูการทำงานของกล้ามเนื้อ และกระตุ้นระบบประสาทส่วนปลายให้ทำงานได้ดีขึ้น เครื่อง PMS นั้นเป็นหนึ่งในวิธีทางกายภาพบำบัดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มาดูกันว่า เครื่อง PMS นี้คืออะไร? และมีประสิทธิภาพในการบำบัดรักษากลุ่มอาการใดได้บ้าง เครื่อง PMS คืออะไร? เครื่อง PMS หรือ Pulsed Magnetic Stimulation เป็นอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic) มารักษาและบรรเทาอาการปวด ชา และอาการอักเสบของเส้นประสาทต่าง ๆ โดยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจะเข้าไปกระตุ้นในบริเวณของระบบประสาทส่วนปลาย ได้ลึกประมาณ 10 เซนติเมตรจากผิวหนังของเรา เป็นวิธีการรักษาที่สามารถกระตุ้นผ่านเสื้อผ้าได้ โดยไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บหรือการระคายเคืองของผิวหนัง เนื้อเยื่อ และอวัยวะโดยรอบ ซึ่งการรักษาด้วยเครื่อง PMS นั้นจะช่วยกระตุ้นเนื้อเยื่อ และการไหลเวียนของเลือดให้ดียิ่งขึ้น

เครื่อง pms ทางกายภาพบำบัดคืออะไร? และรักษากลุ่มอาการไหนได้บ้าง? Read More »